เรื่องหมาหมา

posted on 01 Mar 2011 23:11 by vichan in life-in-general, love, my-music, thats-me
รู้สึกเหมือนไม่ได้แวะ้เวียนมานานมากกก ทั้งๆที่ความจริงห่างไปแค่ประมาณสองอาทิตย์เองนะ (เอ สองอาทิตย์นี่ถือว่านานไหมเนี่ย ^^?!) อาจจะเพราะช่วงก่อนอัพบ่อยมากกก (บ่อยผิดปกติ) พอกลับมา"ไม่ค่อยได้อัพ"เลยรู้สึกแปลกๆ หรืออีกประเด็นที่ค่อนข้างน่าสนใจ นิกเคยไปอ่านเจอมาค่ะ ว่าเวลาในโลกอินเตอร์เนทมักจะเดินเร็วกว่าเวลาในโลกแห่งความเป็นจริง ทำให้เวลาเรา"รอคอย"อะไรสักอย่างในโลกออนไลน์ เราจะรู้สึกว่ามันยาวนานมากกกกก (อันนี้เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ ด้วยประสบการณ์ส่วนตัว ฮ่าๆๆ) เอามาคิดต่อเองว่าอาจจะเป็นเพราะการติดต่อสื่อสารทางอินเตอร์เนทมันรวดเร็ว ฉับไว เราเลยอดคิดไม่ได้ว่าทุกอย่างมันต้องเกิดขึ้นเร็วๆ ไวๆด้วย ลืมนึกไปว่าจริงๆแล้วอินเตอร์เนทเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของโลกแห่งความเป็นจริงเท่านั้น (ข้อนี้ลืมได้ง่ายๆเลยนะ นิกว่า เพราะโลกอินเตอร์เนทมันเหมือนอีกโลกหนึ่งเลยจริงๆ) ผู้รับที่อยู่อีกฝั่งของการสื่อสารก็ต้องใช้ชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงเช่นกัน ดังนั้นการรอคอยอย่างกระวนกระวายบางทีอาจจะไม่ได้ช่วยอะไร (แต่บางทีมันก็อดไม่ได้แหละเนอะ ^^!)
 
กลับมาว่าด้วยหัวข้อเอนทรี่ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนิกไปช่วยหน่วยงานอาสาฯ"แกะเทป"มาค่ะ ฟังดูเหมือนไม่ยากเนอะ แค่เอาคลิปสัมภาษณ์มานั่งฟังแล้วก็พิมพ์ลง MS Word แต่ขอบอกว่ากินเวลานานพอดูเลยล่ะค่ะ แหะๆๆ ^^! ไหนจะต้องคอยหยุดเทปเพื่อพิมพ์ ฟังทวนสำหรับคำที่ไม่ชัดเจน ฟังทวนทั้งประโยคอีกรอบเพื่อตรวจทาน พยายามแกะสำเนียง การออกเสียง ฯลฯ แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีนะคะ ^^
 
การสัมภาษณ์ชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานแสดงภาพถ่ายจากผู้สูงอายุในชุมชนค่ะ (องค์กรณ์อาสาฯที่นิกทำอยู่ด้วยจะดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะน่ะค่ะ) เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับภาพถ่ายที่แต่ละท่านเลือกที่จะนำมาจัดแสดง หนึ่งในนั้นเป็นภาพของคุณลุงคนหนึ่งกับสัตว์เลี้ยงคู่ใจ หมาค่ะ ^^
 
เท่าที่จับเรื่องได้จากบทสัมภาษณ์ คุณลุงเป็นช่างไฟฟ้า มีหมาคู่ใจตัวใหญ่ๆหนึ่งตัว อยู่กันมาตั้งแต่คุณลุงยังหนุ่มๆ ไปไหนมาไหนด้วยกันเกือบตลอด คุณลุงไม่ได้แต่งงาน หมาเป็นมะเร็งช่องท้องเลยต้องตัดสินใจฉีดยาให้หลับเมื่อสิบสี่ปีที่แล้ว (นิกกะเองคร่าวๆจากอายุของคุณลุง คงอยู่ด้วยกันมาหลายสิบปีแหละค่ะ)
 
เรื่องราวจากบทสัมภาษณ์ บวกกับการสังเกตผลพรรครักหมาใกล้ๆตัวอีกนิดๆหน่อยๆ คิดไปคิดมาเองในหัว ประมวลผลออกมาได้ว่าที่"หมา"ได้ฉายา"เพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์"นั้น คงไม่ไกลจากความเป็นจริงเท่าไหร่
 
สุนัขเป็นสัตว์ที่มีความซื่อสัตย์สูง กระตือรือร้นและเป็นมิตร (ส่วนใหญ่น่ะ่นะ ^^!) เวลาเจอเจ้าของทีไรดูท่าทางเหมือนเด็กๆที่ได้ของขวัญวันเกิดบวกปีใหม่พร้อมๆกันอย่างนั้น แสดงความรักออกมาตรงๆ ซึ่งถ้าจะเทียบกับสังคมมนุษย์ที่มีทั้งกฎเกณฑ์ของสังคม ทั้งความไม่มั่นใจ หวาดกลัวกับผลกระทบ ความผิดหวัง สารพัดที่จะคิดไป กังวลไปเอง การ"ได้รับความรัก" และ "ได้ให้ความรัก" แบบตรงๆเหมือนที่เจ้าของมีให้สัตว์เลี้ยงมันคงรู้สึกดีไม่น้อย บางทีถ้าเราลองกลับไป"คิดง่ายๆ ตรงๆ"แบบนั้นบ้างเราก็อาจจะมี"ความสุข"มากขึ้นก็ได้? แต่จะว่าไปแล้ว การ"กล้า"ที่จะ"คิดง่ายๆ" บางทีก็อาจจะไม่ง่ายเนอะ มันเหมือนกับว่าเราถูกฝึกมาให้"คิดให้หนัก"ตลอด เพราะถูกพร่ำสอนว่าการตัดสินใจในแต่ละเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ล้วนมีผลกระทบต่อ"อนาคต"ทั้งนั้น เมื่อเราตัดสินใจอะไรสักอย่างลงไปแล้วมักจะแก้ไขไม่ได้ ดังนั้นหลายคนจึงพยายามหลีกเลี่ยง"ความรับผิดชอบ"ต่อ"อนาคตที่ตนเป็นผู้เลือกเอง"ตรงนั้นโดยการ"ไม่ตัดสินใจ" หรือในอีกด้านก็มัวแต่กังวลกับผลที่จะออกมา คิดแล้วคิดอีกอยู่นั่นว่าทางเลือก"ที่ดีที่สุด"ควรจะเป็นอะไร จนสุดท้าย "หมดเวลา" และพลาดโอกาสไป..
 
ถามก่อนว่า "อนาคต" ที่วาดไว้ ที่"พยายามจะไปให้ถึง"ด้วยการ"ตัดสินใจให้ถูก"เนี่ย ใครเป็นคนวางไว้? ตัวเอง หรือ สังคม? หากเป็นอนาคตที่ตัวเองวางไว้เอง จะมัวมาคิดมากกับทางเลือกอยู่ทำไม ในเมื่อ"อนาคตของเรา" ควรจะเป็นอนาคตที่"เรา"สร้าง ดังนั้น"ทางเลือก"ที่จะนำไปสู่อนาคตนั้นก็ควรจะเป็นอะไรที่เรา"มีความสุขที่ได้เลือก"สิ ใช่ไหม? หากคิดๆดูแล้ว อนาคตที่างไว้ไม่ใช่ความคิดของตนเองทั้งหมด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไม่ผิดนะ คนเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ไม่แปลกที่การทำอะไรหลายๆอย่างจะต้องประนีประนอมกับผู้คนรอบข้างบ้าง แต่ก็อย่าลืมถามตัวเองด้วยก็แล้วกันว่าถ้าในที่สุดไปถึง"เส้นชัย"ที่ใครสักคนขีดไว้ให้นั้นแล้ว เราได้อะไร?
 
บางเรื่องประนีประนอมกันได้ อย่างที่บอก เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลก บางทีหลายหัวก็ดีกว่าหัวเดียว ความคิดเห็นจากผู้อื่น ฟังไว้ก็ไม่เสียหลาย แต่ก็อย่าลืมว่าสุดท้าย ชีวิต"เป็นของเรา" อย่ากลัวที่จะตัดสินใจเพราะไม่ว่าอย่างไร คุณก็หลีกเลี่ยง"ความรับผิดชอบ"นี้ไม่ได้ ถึงจะคิดว่าเป็นชีวิตที่ไม่มีการตัดสินใจ ปล่อยให้กระแสสังคมพัดพาไปเรื่อยๆแล้วจะโทษโชคชะตาดินฟ้าอากาศได้ มันไม่ใช่หรอกนะ เพราะจริงๆแล้วมันก็ยังเป็น"ชีวิตของคุณ"อยู่ดี  ชีวิตที่คุณ"เลือกที่จะไม่เลือก"อย่างไรล่ะ
 
สำหรับเพลงประจำเอนทรี่นี้ นิกฟังทีไรแทบน้ำตาไหลทุกที (แค่อ่านเนื้อร้องก็บีบหัวใจโคตรๆแล้ว ยังมีเสียง Leslie ร้องอีก ใจจะขาดเลยเหอะ ฮือออออ) 'I Honestly Love You' ขับร้องโดย Leslie Cheung ค่ะ ตอนฟังครั้งแรกไม่รู้ด้วยซ้ำนะว่าใครร้อง พอมารู้ทีหลังนี่แทบจะกรี๊ด Leslie เสียงดีมากกกกอ่ะ!!! ร้องภาษาอังกฤษชัดโคตรๆ ไม่ติดสำเนียงจีนเลย! ไปค้นวิกิดูเลยรู้ว่าโดนส่งมาเรียนเกาะตั้งแต่เด็กนี่เอง อืมม Leslie Cheung เป็นนักแสดงอีกคนที่นิกชอบผลงานของเขามากนะคะ แสดงสีหน้า อารมณ์ได้บีบหัวใจโคตรๆ เอาไว้ว่างๆจะไปขุดหนังมานั่งดู ฮ่าๆๆ 

 
ไว้เจอกันใหม่คราวหน้า บุญรักษาค่ะ ^^
      

Comment

Comment:

Tweet

ได้ฉายา"เพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์"นั้น คงไม่ไกลจากความเป็นจริงเท่าไหร่

#4 By Mission Impossible 4 Jacket (103.7.57.18|182.178.74.15) on 2012-08-16 11:47

@kbb นั่นสิเนอะ ^^!

#3 By วี่จัง on 2011-03-02 08:53

เวาลที่อยู่หน้าคอมของผมจะรวดเร็วเช่นกันครับ ชั่วโมงเดียวนี่แปปเดียวจริงๆ แต่หากอ่านหนังสือนี่ชั่วโมงหนึ่งถือว่าสุดๆแล้ววว 555+

ว่าแต่พูดถึงเราหมา แล้วโผล่มาเรื่องอนาคตได้ไงอะครับ ความสามารถเฉพาะตัวนะเนี่ย อิอิ confused smile

#2 By Keyboardboy on 2011-03-02 08:20

ที่จริงแล้ว 2 อาทิตย์ก็เป็นเวลาที่ยาวนานเหมือนกันนะครับ..

สบายดีนะครับ^^big smile big smile big smile

วี่จัง View my profile

Twitter Updates

    follow me on Twitter

    Recommend