[ขั้นที่1 - ข้อมูลตัวละคร]

[ขั้นที่2 - ทดลองสอน]


edit 1 @ 180211 – แก้ไข+เพิ่มบทครูเอมตามคำแนะนำของผปค. (#6) 

edit 2 @ 190211 – แก้คำผิดตามที่ผปค.ครูกวีแจ้ง (#11)


ช่วงเวลาที่ให้ - ช่วงครึ่งหลังของพักเที่ยง (วันเรียน 12.00-12.30)
ระยะเวลาในการอยู่ - 30 นาทีโดยประมาณ
เราจะให้ครูที่มาสมัครได้มาเยี่ยมห้องพักครูเพื่อทำความคุ้นเคยกับครูที่สอนอยู่ในปัจจุบัน
โดยจะมีเจ้าหน้าที่นิรนาม(คือไม่รู้ว่าใคร) พามาส่งที่ห้องพักครูในเวลา
*** ไม่ใช่เป็นการประเมิน เป็นเพียงแค่การทำความรู้จัก
*** ไม่จำเป็นว่าครูต้องอยู่พร้อมเพรียงกันทุกคน

กำหนดให้ผู้สมัครเยี่ยมชมได้ทีละหนึ่งคน เพื่อความสะดวกในการต้อนรับ (และการเขียนถึงด้วย)
ในที่นี้สามารถใส่สถานการณ์ให้ครูที่ปกติไม่ได้อยู่ห้องพักครูเข้ามาเป็นกรณีพิเศษได้
แต่ขอให้ยึดว่าสถานที่จะเป็นห้องพักครูเท่านั้น


ตัวละครร่วม: ครูโอ ครูกวี ครูเอม (ตรอง cameo)

++++++++++++++++++

 

เที่ยงวันศุกร์ กชมนกลับมาที่โรงเรียนลูกบาศก์อีกครั้งหลังจากการทดลองสอน

แสงแดดยามกลางวันที่แผดจ้าทำให้คุณครูมือใหม่รู้สึกขอบคุณร่มเงาของต้นไม้สารพัดชนิดที่ปลูกเรียงรายอยู่ริมทางเดินเสียมากมาย

เจ้าหน้าที่สาวเดินนำเธอมายังจุดหมายของวันนี้

 

ห้องพักอาจารย์ อาคาร 5 ชั้น 1

 

หันไปกล่าวขอบคุณพร้อมรอยยิ้มก่อนจะสูดลมหายใจลึก

ยกมือขึ้นเคาะประตูไม้เบาๆ

 

“ขออนุญาตค่่ะ”

ผลักบานประตูให้เปิิดกว้างขึ้นพร้อมกับก้าวผ่านธรณีประตูเข้าไปอย่างระมัดระวัง

 

“อ้าว เชิญครับ คุณครู..กชมนใช่หรือเปล่าครับ? ทางห้องธุรการแจ้งไว้เมื่อเช้า”

ชายหนุ่มผิวคล้ำ ท่าทางเป็นมิตรเดินเข้ามาทักทายจากโต๊ะที่เขานั่งทำงานอยู่ก่อนหน้านี้

 

“ผมอาเนช ศรีสุวรรณ สอนวิชาสังคมศึกษา ม.หกครับ”

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะครูอาเนช ดิฉันกชมน ศรวนีย์ แต่เรียกสั้นๆว่ากชเฉยๆก็ได้ค่ะ สมัครมาสอนวิชาวรรณกรรมภาษาอังกฤษ เป็นวิชาเลือกน่ะค่ะ”

กล่าวแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มพร้อมทั้งกระพุ่มมือขึ้นไหว้และย่อเข่าเล็กน้อยตามธรรมเนียม

“ถ้าอย่างนั้นครูกชก็เรียกผมว่าครูโอเฉยๆด้วยก็แล้วกันนะครับ”

อีกฝ่ายกล่าวพร้อมกับรับไหว้ด้วยรอยยิ้ม

 

“เชิญเข้ามาข้างในก่อนสิครับ ตอนนี้เพิ่งเลิกพักเที่ยง อาจารย์หลายคนเลยยังกลับมาไม่ถึงห้องพักครู ปกติคนจะอยู่เยอะกว่าี้นี้แต่วันนี้มีแค่ผมกับครูกวีนี่แหละครับ

ครูกวีครับ นี่ครูกชมน จะมาสอนวิชาวรรณคดีภาษาอังกฤษ ครูกชครับ นี่ครูกันต์กวี สอนวิชาภาษาอังกฤษ ม.สี่ครับ”

ครูโอกล่าวแนะนำทั้งสองคนเมื่อเดินมาถึงโต๊ะที่เมื่อครู่่ชายหนุ่มผิวสีแทน ท่าทางเงียบขรึมนั่งอ่านหนังสืออยู่

 

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะครูกันต์กวี กชมน ศรวนีย์ แต่เรียกกชเฉยๆก็ได้ค่ะ”

“กวี กันต์กวี รวีเรืองรอง ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ”

ชายหนุ่มกล่าวตอบมาอย่างสุภาพพร้อมด้วยรอยยิ้มบางๆ 


“ครูกชต้องการเครื่องดื่มอะไรไหมครับ? เดี๋ยวผมจะไปจัดมาให้”

ครูโอเอ่ยถาม

“กชขอน้ำเปล่าสักแก้วก็พอแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะครูโอ”

บอกคำตอบพร้อมกับยิ้มให้ด้วยความขอบคุณ

“แล้วครูกวีล่ะครับ? กาแฟสักแก้วไหม?”

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับ”

 

“ถ้าไม่เป็นการรบกวน เชิญครูกวีไปนั่งคุยกันที่ชุดรับแขกไหมคะ?”

เอ่ยถามพลางบุ้ยใบ้ไปทางโต๊ะกระจกและโซฟาขนาดเล็กที่มุมห้อง ใกล้ๆกับมุมเครื่องดื่มที่ครูโอกำลังยืนอยู่ 

“ได้เลยครับ”

ครูหนุ่มผุดลุกขึ้นจากที่นั่งพร้อมกับผายมือให้หญิงสาวเดินนำไปก่อน

 

“เมื่อสักครู่กชเห็นหน้าปกหนังสือแวบๆ ใช่ Romeo and Juliet หรือเปล่าคะ?”

“ใช่ครับ ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะคัดเลือกบางส่วนไปใช้ประกอบการสอนในห้อง”

Beautiful tyrant! fiend angelical!...
A damned saint, an honourable villain!
O nature, what hadst thou to do in hell,
When thou didst bower the spirit of a fiend
In mortal paradise of such sweet flesh?”
 

อดไม่ได้ที่จะท่องหนึ่งในบทที่ชอบที่สุดจากละครที่กล่าวถึงออกมา ครูกวียิ้มน้อยๆก่อนจะตอบกลับ

"Is love a tender thing? It is too rough,
Too rude, too boist'rous; and it pricks like thorn." 

เหมือนจะเห็นร่องรอยของความเจ็บปวดพาดผ่านดวงตาสีนิล หากแต่มันก็เลือนหายไปเร็วเกินกว่าที่เธอจะแน่ใจ 

“ถึงกชจะคิดว่าตัวเนื้อเรื่องออกจะเกินจริงไปสักนิด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้แหละค่ะว่าใน Romeo and Juliet นี่เช็กสเปียร์ใช้ภาษาได้สละสลวยมากจริงๆ”

“หนึ่งในนักเขียนคนโปรดของผมเลยล่ะครับ เช็กสเปียร์น่ะ ว่าแต่ที่ครูโอบอกว่าครูกชจะมาสอนวิชาวรรณกรรมภาษาอังกฤษนี่ คือ English Literature หรือเปล่าครับ?”

“กชใช้หลักสูตร English Lit. เป็นพื้นฐานก็จริง แต่จะมีการปรับผสมกับ Comparative Lit. ด้วยน่ะค่ะ เพราะนักเรียนเราไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ถ้าจะให้มานั่งอ่านรายละเอียดล้วนๆเหมือนที่โน่นก็คิดว่าคงหนักไป กชเลยจะใช้วิธีสอนเจาะลึกแบบ Eng. Lit. สลับกับการมองหัวข้อกับธีมในแนวกว้างแบบ Comp. Lit. ด้วย คิดว่าคงเหมาะกับเด็กๆมากกว่าน่ะค่ะ”

อธิบายเสียงใสพร้อมรอยยิ้ม

 

“น้ำครับครูกช มีขนมไทยที่ครูเอมิกาเอามาฝากเมื่อเช้านี้ด้วย ถ้าไม่ติดว่าวันนี้อาจารย์มีสอนภาคเช้าเสียหลายคน ป่านนี้คงร่อยหรอไปเยอะกว่านี้มากเลยล่ะครับ”

ครูโอพูดกลั้วหัวเราะ

 

อดยิ้มตามไม่ได้

‘ฟังดูเป็นห้องพักครูที่มีสีสันดีนะ’

 

“อ๊ะ ทองเอก!!”

เผลออุทานออกมาเสียงดังหลังเปิดฝากล่องขนมขึ้นดู

 

“ทำไมหรือครับ? ครูกชแพ้อาหารอะไรหรือเปล่า?”

ครูโอถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง

 

ยิ้มกว้างจนตาหยีพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ

“ไม่ใช่หรอกค่ะ ตรงกันข้ามต่างหาก ขนมทองเอกนี่ของโปรดของกชเลยล่ะค่ะ หากินไม่ได้ง่ายๆเสียด้วย ไม่นึกว่าวันนี้จะมาเจอเลยดีใจออกนอกหน้าไปหน่อยน่ะค่ะ”

พูดพลางหัวเราะขำตัวเอง

“ถ้าอย่างนั้นก็ขออนุญาตชิมเลยนะคะ”

 

‘หอมเทียนมาก!! เนื้อขนมเนียนกำลังดี ไม่แห้ง ไม่ร่วน หวานพอประมาณ นอนตายตาหลับแล้วล่ะกชเอ๊ย~~~!!!’

 

“อร่อยมากเลยค่ะ! รู้สึกเหมือนตัวเองตายแล้วได้ขึ้นสวรรค์เลย”

“ฮ่าๆๆ ขนมไทยของครูเอมไม่เป็นรองใครจริงๆครับ อันนี้รับรองได้เลย”

ครูโอยืนยันพร้อมกับเสียงหัวเราะ ครูกวียิ้ม

 

“กชเชื่ออย่างสนิทใจเลยล่ะค่ะ! เอ แล้ววิชาสังคมฯ ม.หกนี่ ครูโอสอนเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้างหรือคะ?”

“ส่วนมากก็ประวัติศาสตร์ครับ แต่ผมจะพยายามโยงเรื่องให้เชื่อมกับวัฒนธรรมและสังคมปัจจุบันด้วย เด็กๆจะได้ไม่รู้สึกเบื่อ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะจัดกิจกรรมนอกสถานที่ให้เด็กๆได้ไปสัมผัสกับทั้งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมด้วยตัวเอง จะได้เห็นภาพมากขึ้นน่ะครับ”

“ดีเลยค่ะ! บางทีกชอาจจะขอติดสอยห้อยตามไปด้วย นี่ก็อยากแบกเป้เที่ยวทั่วไทยอยู่เหมือนกัน ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเสียนาน อยากรู้จักรากเหง้า วัฒนธรรมไทยให้มากกว่านี้น่ะค่ะ”  

หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้ม

 

ก่อนที่บทสนทนาจะดำเนินต่อ เสียงเคาะประตูกลับเรียกความสนใจให้ทั้งสามหันไปมอง

“ขอโทษนะครับ ผมมาขอพบครูอาเนชครับ”

“อ้าว ชลทิศ! ผมขอตัวสักครู่นะครับ”

ครูโอกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นไปหาตรอง หนึ่งในนักเรียนห้อง5/1ที่กชมนทดลองสอนมาเมื่อวาน 

 

หญิงสาวหันมองรอบๆกาย

โต๊ะทำงานที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ หน้าต่างที่เปิดกว้างรับแสงแดดและสายลม ชั้นวางตุ๊กตาญี่ปุ่นที่มีต้นกระบองเพชรหลายหลายชนิดวางเรียงกันอยู่..

 

“แฝดน้องนิ่ม!!”

เสียงอุทานของเธอเรียกให้ชายหนุ่มที่เหลืออีกหนึ่งคนหันไปมองตามได้ไม่ยาก

 

“ครูกชว่าอะไรนะครับ?”

ครูกวีถามขึ้นเมื่อเห็นเธอกำลังมองไปที่ชั้นวางกระบองเพชรประจำห้องพักครู

 

“เอ่อ พอดีกชก็เลี้ยงกระบองเพชรน่ะค่ะ แล้วกระบองเพชรต้นนั้นก็หน้าตาเหมือนเจ้าลูกชายอย่างกับแกะ ขอกชเข้าไปดูใกล้ๆได้ไหมคะ?”

กชมนถามพร้อมกับยิ้มแห้งๆด้วยเพิ่งรู้ตัวว่าเธออุทานอะไรออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจอีกแล้ว

 

“ตามสบายเลยครับ”

ครูกวีตอบพลางลุกเดินตามเธอมาด้วย

 

“ใช่จริงๆด้วยค่ะ พันธุ์เดียวกันจริงๆ เจ้าตัวเล็กนี่ออกดอกด้วย สีสวยเชียว ทีเจ้าลูกชายล่ะก็ อยู่กันมาตั้งห้าหกปี ยังไม่เห็นจะยอมออกดอกสักที”

กชมนพูดพลางชื่นชมดอกสีส้มสดของกระบองเพชรต้นนั้น

“อ้อ! นี่เจ้าซอมพอของครูรันตร์ครับ ครูกชชอบปลูกต้นไม้หรือครับ?”

“ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ กชแค่ชอบให้ที่พักมีสีเขียวๆของต้นไม้ จะได้ดูสดชื่นขึ้น ที่หอบหิ้วกันไปๆมาๆจริงจังก็มีแค่สามหน่อ “นิ่ม” “หนาม”แล้วก็“น่าน”ค่ะ
เอ ไม่ทราบว่าครูรันตร์นี่เป็นคนเหนือหรือเปล่าคะ?”

“ใช่ครับ พื้นเพครูรันตร์เป็นคนเหนือ..”

ครูกวีตอบช้าๆ แม้เจ้าตัวจะไม่ได้ถามอะไรต่อ หากแต่ต้นคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยนั้นก็ทำหน้าที่แทนเครื่องหมายคำถามได้อย่างดี

กชมนหัวเราะเบาๆก่อนจะตอบ

“กชเองก็เป็นคนเหนือค่ะ บ้านอยู่เชียงราย ซอมพอเป็นคำเรียกดอกหางหกยูงในภาษาเหนือน่ะค่ะ กชเลยเดาได้”

“อ้อ ครับ”

คิ้วที่เริ่มจะขมวดค่อยคลายลง กันต์กวีพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะชี้ไปที่ต้นกระบองเพชรทรงกลม ล้อมรอบด้วยหนามยาว

“เจ้าตัวนี้ก็ชื่อหนามนะครับ ของครูกฤตเขา ไม่ทราบว่าคราวนี้จะใช่แฝดแท้หรือเปล่าครับ?”

ครูกวีถามด้วยน้ำเสียงเจือแววหยอกล้อเล็กๆ

“ฮ่าๆ กรณีนี้คงเป็นได้แค่แฝดในนามค่ะ ถึงจะกลมๆเหมือนกันแต่ก็เป็นคนละพันธุ์กัน เอ แล้วของครูกวีล่ะคะ ต้นไหนกันเอ่ย?”

“นี่ “อารี” ครับ”

ครูหนุ่มชี้ไปที่ต้นกระบองเพชรไร้หนาม ใบทรงสามเหลี่ยมจัดเรียงตัวกันคล้ายดาว

“ “อารี” ชื่อเพราะจังนะคะ”

อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปแตะใบที่ไร้หนามนั้นเบาๆ

 

“ครูกชครับ นี่ครูเอมิกา เจ้าของขนมครับ”

เสียงครูโอที่ดังมาจากประตูห้องเรียกให้กชมนหันกลับไปมอง

 

หญิงสาวร่างเล็กใส่แว่นทรงกลมกับเสื้อแขนยาวคอบัวแต่งด้วยระบายลูกไม้และกระโปรงยาวกรอมเท้าส่งยิ้มบางๆมาให้จากข้างประตู กชมนรีบเดินเข้าไปหา ยกมือไหว้ ย่อเข่าและแนะนำตัวอย่างตื่นเต้น

 

“สวัสดีค่ะครูเอมิกา ดิฉันกชมน ศรวนีย์ค่ะ เรียกกชเฉยๆก็ได้

เมื่อสักครู่้ครูโอลองเอาขนมทองเอกของครูเอมิกามาให้ทาน อร่อยมากเลยค่ะ!! หอมเทียนมากๆ เนื้อแป้งก็นุ่ม พอดี ไม่ร่วน ไม่แข็ง แถมรสยังไม่หวานจัดอีก ถ้ากชจะขอถามวิธีการทำนี่จะเป็นการเสียมารยาทหรือเปล่าคะ?”

 

“แหะๆ กชตื่นเต้นไปหน่อย ต้องขอโทษครูเอมิกาด้วยนะคะ ตกใจมากหรือเปล่าคะนี่?”

 หัวเราะแห้งๆพลางเสริมเมื่อเห็นสีหน้าที่ดูจะเหวอๆของอีกฝ่าย

 

“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉัน เอม เอมิกา เจนภพ อาเมะมิยะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะครูกชมน ส่วนขนมเป็นฝีมือของคุณแม่ค่ะ ดีใจมากเลยนะคะที่ครูกชมนชอบ แต่ก็นั่นแหละค่ะ ฝีมือคุณแม่ ตัวดิฉันเองไม่ค่อยสันทัดด้านงานครัวสักเท่าไหร่ แต่ถ้าครูไม่รังเกียจ เดี๋ยวจะไปสอบถามเคล็ดลับมาให้ก็ได้นะคะ

“ถ้าไม่เป็นการรบกวนครูเอมมากเกินไปก็จะยินดีมากๆเลยล่ะค่ะ นี่ต้องขอฝากขอบคุณคุณแม่ของครูเอมด้วยนะคะ กชชอบทานขนมทองเอกมากแต่ก็หาทานยากเหลือเกิน เคยลองทำเองเหมือนกันแต่เพราะอบเทียนไม่ได้มันก็เลยไม่หอม พอวันนี้ได้มาเจอนี่แทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยล่ะค่ะ”

“ครูกชมนชอบทำขนมหรือคะ?”

“ฮ่าๆ ก็ไม่เชิงหรอกค่ะ อยากกินแต่หาซื้อไม่ได้ สถานการณ์เลยบังคับให้ต้องทำเองมากกว่า

เอ ไม่ทราบว่าครูเอมสอนวิชาอะไรหรือคะ? กชมาสมัครสอนวิชาวรรณกรรมภาษาอังกฤษค่ะ”

“ภาษาสเปนค่ะ”

“ว้าว ดีจังค่ะ กชชอบเพลงแนวละตินอเมริกันมากเลยนะคะ ทั้ง flamenco ทั้ง tango ทั้ง salsa กชว่าทำนองของเขาทั้งคึกคักแล้วก็มีเสน่ห์ เย้ายวนมากเลยล่ะค่ะ ตอนที่ยังอยู่ที่โน่น จำได้ว่าเพื่อนๆชาวอังกฤษหลายคนยกขโยงกันไปเที่ยวสเปนตอนปิดเทอม บอกว่าไปเพิ่มวิตามินดีกันค่ะ เสียดายกชไม่ได้ไปด้วย อยากไปตั้งแต่รู้ว่าเขามีวัฒนธรรม siesta กันแล้วล่ะค่ะ เข้าทางกชพอดีเลย ฮ่าๆๆ”

 

“ครู